โลงศพ ความเชื่อและความตาย | www.suriyacoffin.com โลงศพขายดี จำหน่ายโลงศพ โลงศพพรีเมี่ยม โลงศพครบวงจร จำหน่ายโลงศพ โลงศพราคา ขายโลงศพ

ยินดีต้อนรับสู่ บริษัท สุริยา คอฟฟิน จำกัด ( เจ้าของลิขสิทธิ์ของ "สุริยาหีบศพ" )
บริการหลังความตาย 24 ชม. โทร. 02-950-0989

โลงศพ ความเชื่อและความตาย

โลงศพ ความเชื่อและความตาย

 

 

โลงศพ ความเชื่อและความตาย ทุกวัฒนธรรมในโลกนี้มีประเพณี ความเชื่อในเรื่องของวิญญาณและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความตายที่แตกต่างกันออกไป และได้ฝังรากลึกอยู่กับวิถีชีวิตของทุกคน ความเชื่อในเรื่องของโลงศพและความตายนั้น ล้วนเกิดจากความกลัวผีหรือดวงวิญญาณของมนุษย์ทั้งสิ้น

คนเราเมื่อตายไปแล้ว ก็จะเหลือแต่ร่างที่ไร้วิญญาณ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า ผี ซึ่งเป็นความเชื่อที่มีมานานนับพันปี ก่อนคริสกาล โดยจุดเริ่มต้นของโลงศพมาจากความเชื่อของชาวสุเมเรียนโบราณ ที่มีธรรมเนียมการฝังศพของผู้เสียชีวิตในตะกร้าที่สานจากกิ่งไม้เล็ก ๆ และมีการมันร่างของผู้เสียชีวิตและศีรษะติดกับเท้าของผู้ตาย เพื่อป้องกันไม่ให้คนตายกลับมาหลอกหลอนคนเป็นได้

 

 

ซึ่งต่อมาได้มีการออกแบบโลงศพให้มีความมิดชิดมากขึ้น เมื่อนำโลงศพไปฝังลงหลุมก็จะนำหินก้อนใหญ่มาวางทับ เพราะเชื่อกันว่าจะเป็นการปิดปากหลุมไม่ให้ดวงวิญญาณขึ้นมาหลอกหลอนคนเป็นได้ ซึ่งต่อมาก้อนหินนั้นก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของหลุมศพ

วัฒนธรรมอียิปต์ มีความเชื่อว่าเมื่อคนตายไปแล้วจะกลับมาคืนชีพใหม่อีกครั้ง เหมือนดวงอาทิตย์ที่ตกในยามเย็นและกลับขึ้นมาใหม่ในยามเช้า จึงได้มีการนำพระศพของฟาโรห์มาทำเป็นมัมมี่ โดยร่างไร้วิญญาณนั้นจะถูกนำเอาอวัยวะภายในออกมาและเหลือเพียงหัวใจไว้อย่างเดียวเท่านั้น เพราะชาวอียิปต์เชื่อว่า หัวใจ เป็นสิ่งที่แสดงถึงปัญญาและความรู้ ซึ่งจะต้องติดตัวไปในโลกหลังความตายด้วย ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการทำมัมมี่ จะนำร่างไปใส่ลงในโลงศพและฝังลงในสุสาน

 

 

สำหรับวัฒนธรรมไทยนั้น ในอดีตเมื่อมีคนเสียชีวิตจะใช้เสื่อห่อศพแล้วนำไปพาดไว้ตามต้นไม้ใหญ่ อย่าง ต้นไทร หรือต้นไม้ชนิดอื่น ๆ ในป่าช้า ที่เรียกกันว่า “การทำศพค้าง” เพื่อรอให้ศพเน่าสลายไปเอง เป็นวิธีการทำศพที่มีความคล้ายกันในทางวัฒนธรรมในหลายประเทศแถบเอเชีย เช่น ในอินเดียหรือทิเบต จะใช้วิธีการหามศพผู้ตายไปไว้บนยอดเขาหรือที่สูงเพื่อให้แร้งกาได้กินซากศพ ส่วนการนำศพใส่ลงไปในโลงศพนั้น เกิดขึ้นในภายหลัง โดยได้รับอิทธิพลการใช้โลงศพมาจากวัฒนธรรมตะวันตก

ส่วนที่ต้องเก็บศพพักค้างเอาไว้ของคนในสมัยก่อนนั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะโรคระบาดที่รุนแรงเป็นวงกว้าง รวมถึงความขัดสนของประชาชน จึงนิยมใช้วิธีเก็บรักษาศพพักค้างไว้ให้ย่อยสลายหรือรวมกันไว้ เพื่อเป็นอาหารของนกกา ตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น ต่อมาเมื่อสังคมมีความเจริญมากขึ้น จึงได้พัฒนาการทำศพให้เหมาะสมกับยุคสมัย และป้องกันไม่ให้อุจาดตา รวมถึงลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคและโรคระบาดต่าง ๆ จึงได้มีการนำศพใส่ลงไปในโลงศพนั่นเอง

ทั้งนี้ จะต้องมีพิธีกรรมสำคัญก่อนนำศพใส่ลงในโลงศพ ไม่ว่าจะเป็นพิธเชิญดวงวิญญาณ พิธีรดน้ำศพ รวมถึงจะต้องตำหมากใส่ในปากศพหนึ่งคำ แล้วนำเหรียญบาทหรือแวนทองคำใส่ลงในปากของศพ จากนั้นใช้ขี้ผึ้งหนาประมาณครึ่งนิ้วปิดหน้าศพไว้ วางกรวยดอกไม้ธูปเทียนใส่มือแล้วมัดตราสังข์ศพด้วยผ้าขาว ก่อนนำศพใส่ลงในโลงศพและปิดฝาโลงศพให้เรียบร้อย ซึ่งความเชื่อและพิธีกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับโลงศพนี้ก็ได้ฝังรากลึกและสืบทอดต่อกันมาจวบจนปัจจุบัน

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.ch3thailand.com/

https://breathemyworld.com

ภาพประกอบจาก https://www.pinterest.com

https://www.freepik.com/