ขั้นตอนการจัดงานศพ
ขั้นตอนการจัดงานศพ การจากลาเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อถึงเวลาที่ครอบครัวต้องจัดงานศพให้คนที่รัก หลายคนอาจรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน ต้องติดต่อใคร ต้องเตรียมเอกสารอะไร และควรเลือก โลงศพ แบบใดให้เหมาะสมกับพิธีและงบประมาณ
บทความนี้จะพาคุณไล่เรียง ขั้นตอนการจัดงานศพ ตั้งแต่การแจ้งตาย การขอใบมรณบัตร การติดต่อวัด การเตรียมพิธีรดน้ำศพ การเลือกโลงศพ ไปจนถึงพิธีฌาปนกิจ เก็บอัฐิ และลอยอังคาร เพื่อให้ครอบครัวสามารถวางแผนงานได้อย่างเป็นระบบ ลดความกังวล และจัดพิธีอำลาได้อย่างสมเกียรติที่สุด

1. แจ้งตายและขอใบมรณบัตร
สิ่งแรกที่ควรดำเนินการเมื่อมีผู้เสียชีวิต คือการแจ้งตายและขอใบมรณบัตร ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการดำเนินการหลายขั้นตอนหลังจากนั้น เช่น การเคลื่อนย้ายร่าง การติดต่อวัด การจัดงานศพ และการดำเนินเรื่องทางกฎหมายอื่น ๆ
โดยทั่วไปสามารถแบ่งกรณีการเสียชีวิตได้เป็น 2 กรณีหลัก ดังนี้
- กรณีเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
หากผู้เสียชีวิตอยู่ในโรงพยาบาล แพทย์หรือเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจะออกหนังสือรับรองการตายให้ ญาติสามารถนำเอกสารดังกล่าว พร้อมบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิต บัตรประชาชนของผู้แจ้ง และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินการขอใบมรณบัตรที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นหรือสำนักงานเขต
บางโรงพยาบาลอาจมีบริการประสานงานออกใบมรณบัตรให้ ซึ่งครอบครัวควรสอบถามเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลโดยตรง เพื่อให้ดำเนินการได้รวดเร็วและถูกต้อง
- กรณีเสียชีวิตที่บ้าน หรือเสียชีวิตนอกสถานพยาบาล
หากผู้เสียชีวิตเสียชีวิตที่บ้าน เจ้าของบ้านหรือผู้แทนควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและออกเอกสารรับรองการตาย ก่อนนำไปยื่นต่อสำนักทะเบียนท้องถิ่นหรือสำนักงานเขต
ในกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เสียชีวิตผิดธรรมชาติ หรือมีเหตุที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนก่อนเสมอ
2. ติดต่อวัดหรือสถานที่จัดพิธีศพ
หลังจากมีเอกสารเบื้องต้นแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการติดต่อวัดหรือสถานที่จัดงานศพ เพื่อจองศาลา กำหนดวันสวดอภิธรรม กำหนดวันฌาปนกิจ และสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ เช่น
- ศาลาว่างวันใด
- ต้องการจัดงานกี่คืน
- มีค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง
- ต้องเตรียมอุปกรณ์พิธีอะไรเพิ่มเติม
หากผู้เสียชีวิตมีสิทธิ์ได้รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ หรือเครื่องประกอบเกียรติยศ เจ้าภาพควรประสานงานกับต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินเรื่องตามขั้นตอนให้ถูกต้อง
3. เลือกโลงศพให้เหมาะกับพิธีและความต้องการของครอบครัว
การเลือก โลงศพ เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการจัดงานศพ เพราะโลงศพไม่ใช่เพียงสิ่งที่ใช้บรรจุร่างของผู้ล่วงลับ แต่ยังสะท้อนถึงความเคารพ ความรัก และการส่งผู้จากไปอย่างสมเกียรติ
โดยทั่วไป โลงศพมีหลายรูปแบบให้เลือก เช่น
- โลงศพแบบเรียบง่าย
เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความสุภาพ เรียบร้อย และเน้นความประหยัด มักใช้ในงานที่จัดแบบเรียบง่าย แต่ยังคงความเหมาะสมกับพิธีทางศาสนา
- โลงศพแบบมาตรฐาน
เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยม เพราะมีความสวยงาม สุภาพ และเหมาะกับงานศพทั่วไป สามารถเลือกสี ลวดลาย และการตกแต่งได้ตามความเหมาะสม
- โลงศพไม้สัก
เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความหรูหรา แข็งแรง และมีความคลาสสิก โลงศพไม้สักมักให้ความรู้สึกสง่างาม มีคุณค่า และเหมาะกับพิธีที่ต้องการความสมเกียรติเป็นพิเศษ
- โลงศพแบบพิเศษหรือตกแต่งเฉพาะ
เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการออกแบบพิธีให้สะท้อนตัวตนของผู้ล่วงลับมากขึ้น เช่น การเลือกสี การจัดดอกไม้ การตกแต่งหน้าโลงศพ หรือการเลือกโลงศพที่เข้ากับธีมงาน
ในการเลือกโลงศพ ควรพิจารณาจากงบประมาณ ระยะเวลาการตั้งบำเพ็ญกุศล ความเหมาะสมกับศาสนา ประเพณีของครอบครัว และความต้องการสุดท้ายของผู้เสียชีวิต หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ เพื่อช่วยแนะนำแบบโลงศพที่เหมาะสมที่สุด
4. พิธีรดน้ำศพ
พิธีรดน้ำศพเป็นพิธีแสดงความเคารพและอำลาผู้ล่วงลับในช่วงแรกของงานศพ โดยมักจัดก่อนการนำร่างบรรจุลงโลงศพ หรือจัดตามขั้นตอนของทางวัดและครอบครัว
การจัดเตรียมพิธีรดน้ำศพโดยทั่วไปประกอบด้วย
- เตียงสำหรับรดน้ำศพ
- น้ำอบหรือน้ำหอม
- ขันสำหรับตักน้ำ
- ภาชนะรองน้ำ
- ผ้าคลุมร่าง
- โต๊ะหมู่บูชาหรือเครื่องประกอบพิธี
- ดอกไม้สำหรับตกแต่งบริเวณพิธี
โดยมากจะจัดร่างผู้เสียชีวิตให้นอนในลักษณะที่เหมาะสม เปิดเฉพาะบริเวณมือสำหรับให้ญาติและแขกผู้มาร่วมงานรดน้ำศพ หลังจากเสร็จพิธีแล้วจึงนำร่างบรรจุลงโลงศพ เพื่อเตรียมเข้าสู่พิธีบำเพ็ญกุศลต่อไป
5. บำเพ็ญกุศลและสวดอภิธรรม
พิธีสวดอภิธรรมเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัว ญาติ และผู้ร่วมงานได้ร่วมกันทำบุญ อุทิศส่วนกุศล และระลึกถึงผู้ล่วงลับ โดยจำนวนคืนในการสวดอภิธรรมขึ้นอยู่กับความสะดวกของเจ้าภาพและประเพณีของครอบครัว
จำนวนคืนที่นิยมจัด ได้แก่
- 1 คืน
- 3 คืน
- 5 คืน
- 7 คืน
ในช่วงสวดอภิธรรม เจ้าภาพควรเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ อาหารว่าง น้ำดื่ม ของรับรองแขก หนังสือสวดมนต์ ของชำร่วย และการจัดดอกไม้บริเวณหน้าโลงศพ เพื่อให้งานออกมาสุภาพ เรียบร้อย และเหมาะสมกับบรรยากาศของพิธี
6. จัดดอกไม้หน้าโลงศพและตกแต่งสถานที่
การจัดดอกไม้หน้าโลงศพช่วยเพิ่มความงดงาม ความอ่อนโยน และความสมบูรณ์ให้กับพิธีศพ ดอกไม้ยังเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความอาลัย และการส่งผู้ล่วงลับครั้งสุดท้าย
รูปแบบการจัดดอกไม้ที่นิยม เช่น
- ดอกไม้หน้าโลงศพแบบเรียบง่าย
- ดอกไม้โทนขาว เขียว หรือครีม
- ดอกไม้โทนสุภาพสำหรับงานผู้ใหญ่
- ดอกไม้โทนสดใสสำหรับผู้ที่ต้องการบรรยากาศอบอุ่น
- ดอกไม้แบบพรีเมียมหรือแบบเต็มพื้นที่
การเลือกดอกไม้ควรให้เข้ากับสีของโลงศพ บรรยากาศของงาน และความต้องการของครอบครัว เพื่อให้ภาพรวมของพิธีดูสวยงาม สุภาพ และสมเกียรติ
7. พิธีฌาปนกิจศพ
พิธีฌาปนกิจศพ หรือพิธีเผาศพ เป็นพิธีอำลาผู้ล่วงลับครั้งสุดท้าย โดยมักจัดในวันสุดท้ายของงานศพ ก่อนเข้าสู่พิธีเผา
โดยทั่วไปจะมีการเคลื่อนโลงศพไปยังเมรุ และอาจมีการแห่เวียนรอบเมรุตามประเพณี จากนั้นจึงตั้งโลงศพบริเวณหน้าเมรุ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา กล่าวคำไว้อาลัย และให้แขกผู้ร่วมงานวางดอกไม้จันทน์
สิ่งที่เจ้าภาพควรเตรียมในวันฌาปนกิจ ได้แก่
- กำหนดการพิธี
- ดอกไม้จันทน์
- ผ้าไตรหรือเครื่องไทยธรรม
- ของชำร่วย
- รูปภาพผู้เสียชีวิต
- พวงหรีดหรือดอกไม้ตกแต่ง
- ผู้กล่าวประวัติและคำไว้อาลัย
- อาหารหรือน้ำดื่มรับรองแขก
พิธีฌาปนกิจควรจัดอย่างเป็นระเบียบ เพื่อให้แขกผู้มาร่วมงานสามารถร่วมอำลาได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้ครอบครัวรู้สึกว่าการส่งผู้ล่วงลับเป็นไปอย่างสมบูรณ์
8. การเก็บอัฐิ
หลังพิธีฌาปนกิจ ครอบครัวสามารถเลือกเก็บอัฐิได้ 2 รูปแบบ คือ เก็บในวันเผา หรือเก็บในวันรุ่งขึ้น ทั้งนี้ควรแจ้งเจ้าหน้าที่วัดล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมตามขั้นตอน
สิ่งที่ควรเตรียมสำหรับการเก็บอัฐิ ได้แก่
- โกศหรือภาชนะบรรจุอัฐิ
- ผ้าขาว
- ดอกไม้
- น้ำอบ
- อาหารคาวหวานสำหรับถวายพระ
- ชุดสำหรับประกอบพิธีบังสุกุล
บางครอบครัวอาจเก็บอัฐิบางส่วนไว้ในโกศ นำไปบรรจุในเจดีย์ หรือนำไปประกอบพิธีลอยอังคารตามความเชื่อของครอบครัว
9. พิธีลอยอังคาร
พิธีลอยอังคารเป็นขั้นตอนหลังการเก็บอัฐิ โดยครอบครัวจะนำเถ้ากระดูกหรืออังคารบางส่วนไปลอยในแม่น้ำหรือทะเล ตามความเชื่อเรื่องการคืนร่างกายสู่ธรรมชาติ
ความเชื่อเกี่ยวกับการลอยอังคารมักเชื่อมโยงกับธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เมื่อร่างกายดับสูญแล้ว การนำอังคารไปลอยน้ำจึงเปรียบเสมือนการส่งผู้ล่วงลับกลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างสงบ
เลือกโลงศพอย่างไรให้เหมาะสมกับงานศพ
สำหรับครอบครัวที่กำลังจัดงานศพครั้งแรก การเลือกโลงศพอาจเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยาก เพราะมีหลายแบบ หลายราคา และหลายวัสดุให้เลือก สิ่งสำคัญคือควรเลือกโลงศพที่เหมาะสมกับพิธี ความเชื่อ งบประมาณ และความต้องการของครอบครัว
คำแนะนำในการเลือกโลงศพ ได้แก่
- เลือกจากงบประมาณที่ครอบครัวสะดวก
- เลือกวัสดุที่แข็งแรงและเหมาะกับระยะเวลาการตั้งศพ
- เลือกดีไซน์ที่สุภาพและเข้ากับบรรยากาศของงาน
- พิจารณาการบุภายในและระบบป้องกันการรั่วซึม
- เลือกผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์และให้คำแนะนำได้ครบถ้วน
โลงศพที่ดีควรมีความแข็งแรง เรียบร้อย สวยงาม และเหมาะสมกับพิธี เพราะเป็นสิ่งสำคัญในการส่งผู้ล่วงลับครั้งสุดท้ายอย่างให้เกียรติ
สรุป ขั้นตอนการจัดงานศพไม่ยาก หากวางแผนอย่างเป็นระบบ
การจัดงานศพอาจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับครอบครัว แต่หากรู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง ตั้งแต่การแจ้งตาย ขอใบมรณบัตร ติดต่อวัด เลือกโลงศพ จัดพิธีรดน้ำศพ สวดอภิธรรม ฌาปนกิจ เก็บอัฐิ และลอยอังคาร ก็จะช่วยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยมากขึ้น
สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดงานด้วยความเคารพ ความรัก และความตั้งใจ เพื่อให้ผู้ล่วงลับได้รับการอำลาอย่างสมเกียรติ และให้ครอบครัวได้เก็บความทรงจำครั้งสุดท้ายไว้อย่างงดงาม
สำหรับท่านใดที่ต้องการสอบถามเกี่ยวกับหีบศพ โลงศพ หรือ การจัดงานศพ และอุปกรณ์ในการทำพิธีแบบครบวงจร มีทุกศาสนาทุกรูปแบบ สามารถปรึกษาสุริยาหีบศพ หรือในเว็บไซต์ Suriya Coffin เพื่อขอดูโปรโมชั่นในการจัดงานศพ หีบศพ โลงศพ ดอกไม้หน้าหีบศพ หรือรถรับส่งได้ เมื่อถึงเวลาในการเคลื่อนย้ายจะได้ไม่เกิดความผิดพลาด โดยทางเราพร้อมให้บริการตลอด 24 ชม. ด้วยประสบการณ์ด้านหีบศพที่ยาวนาน การันตีคุณภาพหีบศพ และบริการของทางเรา มีหีบศพให้เลือกมากกว่า 100 แบบ อาทิ หีบศพเทพพนม หีบศพไม้สัก หีบศพจำปา หีบศพคริสต์ เป็นต้น หากเกิดข้อสงสัยเรื่อง หีบศพ โลงศพ ดอกไม้หน้าหีบศพ สามารถปรึกษาได้ที่ โทร 02-950-0989 ได้ตลอด 24 ชม. เรายินดีให้บริการ
สามารถติดต่อได้ที่
Website : www.suriyacoffin.com
Line : @suriya.com
Facebook : สุริยาหีบศพ
Tel : 02-950-0989 ได้ตลอด 24 ชม.